เกี่ยวกับเชียงดาว

Share
18888
มารู้จักเชียงดาวกันหน่อย

อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ ตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองจังหวัดเชียงใหม่ ประมาณ 72 กม. ซึ่งอำเภอเชียงดาวได้ตั้งขึ้นเมื่อประมาณปี พ.ศ.2452 ซึ่งนับมาจนถึงปัจจุบันนี้ครบหนึ่งร้อยปีพอดี อำเภอเชียงดาวแบ่งการปกครองออกเป็น 7 ตำบล 83 หมู่บ้าน มีพื้นที่ประมาณ 2,169 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 1,355,625 ไร่ สูงกว่าระดับน้ำทะเลโดยเฉลี่ยประมาณ 400 เมตร เป็นอำเภอที่มีพื้นที่ชายแดนติดกับประเทศพม่า หรือสหภาพเมียนมาร์ ระยะห่างประมาณ 40  กม.เศษ พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นป่าเขา  และที่สำคัญ เป็นป่าเขาที่ให้กำเนิดสายน้ำแม่ปิง ซึ่งเป็นแม่น้ำที่มีความสำคัญสายหนึ่งของประเทศไทย

“เชียงดาว” ชื่อนี่มาจากไหน

ชื่อเมืองเชียงดาวนั้นมีมาตั้งแต่สมัยพ่อขุนเม็งรายสร้างเมืองเชียงใหม่แล้ว ส่วนที่มาของเมืองเชียงดาวใครเป็นผู้ตั้งเมือง และตั้งเมืองขึ้นเมื่อใด ไม่มีร่องรอยหลักฐานปรากฏแน่ชัด แต่เท่าที่ศึกษาตำนานและปรึกษาผู้รู้หลายท่าน พอจะกล่าวได้ว่าชื่อเมืองเชียงดาวในสมัยก่อนน่าจะมีชื่อว่าเมืองเจียงดาว เนื่องจากคำว่า เจียง เป็นเมืองล้านนา  หมายถึงถิ่นเมืองหรือเวียง เมือง หมายถึงชุมชนใหญ่มีคนมากหนาแน่น มีเขตปกครองชุมชนเล็กๆ น้อยๆ ที่ห้อมล้อมรอบๆ เมืองออกไป ส่วนคำว่าเวียง หมายถึงชุมชนที่เป็นที่ตั้งของเมือง มีค่ายคูหลวงและกำแพงล้อมรอบ ต่อมาเมื่อรวมกับไทยกลางแล้วจึงเปลี่ยนเป็นเชียงตามสำเนียงของไทยกลาง ซึ่งยังคงความหมายเดิม เช่น เจียงแสน เจียงฮาย เจียงดาว เจียงใหม่ ก็จะเรียกเป็นเชียงแสน เชียงราย เชียงดาว เชียงใหม่ ตามภาษาไทยกลาง

บางตำนานเล่าว่าเชียงดาวคงมาจากคำว่า เปียงดาวหรือเพียงดาว เนื่องมาจากความสูงของดอยหลวง ซึ่งมีความสูงมาก ซึ่งคำว่าเปียงนั้น เป็นภาษาเหนือ แปลความหมายได้ใกล้เคียงกับคำว่า “เท่ากัน” ด้วยความไกลทำให้มองเห็นว่า ดาวส่องแสงระยิบระยับบนยอดดอยหลวง ทำให้คนโบราณเข้าใจว่า  ดอยหลวงนั้นมีความสูงเพียงฟ้าเพียงดาว ประกอบกับมีถ้ำศักดิ์สิทธิ์เป็นโพรงอยู่ใต้ดอยหลวง ทำให้เกิดความเลื่อมใสศรัทธา จึงเรียกชื่อของดอยหลวงว่า ดอยหลวงเปียงดาวและต่อมาบางคนก็เรียกเป็นเพียงดาว ตามภาษาไทยกลาง ปัจจุบันยังคงใช้เรียกชื่อดอยหลวงอย่างเดียวเท่านั้นไม่ได้โยงไปถึงชื่อเมือง

คำขวัญอำเภอเชียงดาว

เชียงดาว ชายแดน ถ้ำสวย ดอยสูง พระสถูปเมืองงาย กำเนิดสายแม่ปิง

ลักษณะภูมิประเทศ

ภูมิประเทศของป่าเชียงดาว ประกอบไปด้วยป่าเทือกเขาสูงชันสลับซับซ้อน ยอดเขาที่สูงที่สุดคือยอดดอยหลวงเชียงดาว สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 2,275 เมตร บนยอดดอยหลวงเชียงดาวมักจะมีเมฆหมอกปกคลุมอยู่ตลอดเวลา  สภาพทั่วๆไป เป็นภูเขาหินปูน จึงประกอบไปด้วยหุบเขาและโพรงถ้ำมีถ้ำใหญ่ที่สวยงามคือ ถ้ำเชียงดาว เทือกเขาใหญ่ๆที่สำคัญ นอกจากดอยหลวงเชียงดาวแล้วก็มียอดดอยนาง ดอยนางแตะ ดอยผาแดง  ดอยโป่ง ดอยแม่สันกลาง ดอยกิ่วลม ดอยปี ดอยสันคมพร้า ฯลฯ สภาพป่าบนยอดเขาจะเป็นป่าดงดิบ และป่าเบญจพรรณ อันเป็นต้นน้ำลำธารและลำห้วยที่สำคัญหลายสาย อาทิ ลำห้วยแม่งาย ห้วยละคร หรือห้วยแม่ข้อน ห้วยแม่กืด ห้วยแม่ก๊ะ ห้วยแม่นะ ซึ่งมีน้ำไหลหล่อเลี้ยงตลอดปีไหลลงสู่แม่น้ำปิงทางด้านทิศตะวันออก และมีลำห้วยแม่เหยือง ห้วยฮ้อม ห้วยหญ้าไทร ห้วยบ้านช้าง ห้วยขี้เหล็ก ห้วยแม่หมื่น ลำน้ำแม่คอง ห้วยแม่เมิน และห้วยแม่กอกน้อยไหลลงสู่ลำน้ำแม่แตง ซึ่งเป็นแควน้ำใหญ่ที่สุดที่ไหลลงสู่แม่น้ำปิงด้านทิศตะวันตก

ลักษณะภูมิอากาศ

เนื่องจากภูมิประเทศประกอบด้วยเทือกเขาสูงชันสลับซับซ้อนและอยู่ในภาคเหนือความสูงๆ จากระดับน้ำทะเลปางกลางกว่า 2,000 เมตร โดยเฉพาะยอดดอยหลวงเชียงดาวที่มีเมฆหมอกปกคลุมอยู่ตลอดเวลา จึงทำให้สภาพดินฟ้าอากาศหนาวเย็น ลักษณะคล้ายกึ่งเมืองหนาว อากาศโดยทั่วไปจะหนาวเย็นตลอดฤดูหนาว และฤดูฝนมีความชุ่มชื้นมาก ในเวลากลางวันอากาศค่อนข้างร้อน แต่ระยะเวลาช่วงกลางคืนจะหนาวเย็นเป็นอย่างมาก

กลุ่มชาติพันธุ์ ในอำเภอเชียงดาว

เชียงดาวได้สมญาว่าเป็นเมืองแห่งขุนเขาและพงไพร เป็นแหล่งรวมชาติพันธุ์ที่หลากหลายพื้นที่ในสมัยรัฐล้านนา เคยเป็นที่ตั้งของหัวเมืองขนาดเล็กและขึ้นกับนครพิงค์เชียงใหม่ ประชากรส่วนใหญ่เป็น “คนเมือง” และ “ไตใหญ่” นอกจากนั้นยังมีกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆอาทิ มูเซอร์ดำ มูเซอร์แดง ม้งหรือแม้ว ลีซอ ลาหู่ ปกาเกอะญอ อีก้อ กะเหรี่ยง ลัวะ ต่องสู้ แข่ คะฉิ่น เย้า อาข่า ปะหล่อง ตั้งถิ่นฐานกระจัดกระจายอยู่ตามเทือกเขาอีกด้วย โดยบางชุมชนได้ตั้งถิ่นฐานมามากกว่า 100 ปี และบางชุมชนก็พึ่งตั้งขึ้นใหม่

ชุมชนที่ตั้งถิ่นฐานบริเวณสองฝั่งลำน้ำและเนินเขาใกล้ลำน้ำ ชุมชนพื้นที่ราบลุ่มน้ำ ส่วนมากจะเป็นชุมชนของคนเมืองแลไตใหญ่ และเป็นชุมชนเก่าแก่ที่อาศัยสืบเนื่องกันมากว่า 300 ปี ชุมชนพื้นที่ราบลุ่มน้ำ การเกษตรโดยใช้ระบบเหมืองฝาย และมีการปลูกพืชระยะสั้น หลังเก็บเกี่ยวข้าว เช่น หอม กระเทียม ถั่วเหลือง และถั่วลันเตา เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีการทำสวนลำไย ไร่ข้าวโพด ตลอดจนเลี้ยงสัตว์ และจับสัตว์น้ำและพืชผักที่ขึ้นอยู่ตามสองฝั่งลำน้ำด้วย

ชุมชนที่ตั้งถิ่นฐานอยู่บริเวณที่ราบหุบเขาในระดับความสูง 700-1,000 เมตรเหนือระดับน้ำทะเลซึ่งสภาพป่าโดยมากจะเป็นป่าเต็งรัง ป่าเบญจพรรณ และป่าดิบเขาแล้ง ส่วนมากจะเป็นชุมชนปกาเกอะญอ ไตลื้อ ไตใหญ่ และคนเมือง ชุมชนมีระบบการเกษตร 2 ลักษณะใหญ่ คือ 1. การปลูกเมี่ยง เป็นระบบการเกษตรของคนเมืองที่ต้องอาศัยอยู่ความชุ่มชื้น จากป่าดิบเขาและ2. การทำไร่หมุนเวียน เป็นระบบการเกษตรของปกาเกอะญอ ที่นอกจากจะปลูกข้าวตามพื้นที่เชิงเขาแล้ว ยังมีการปลูกพืชอาหารต่างๆ แซมลงไปในไร่ข้าวอีกด้วย นอกจากนี้ชุมชนพื้นที่ตอนกลางยังพึ่งพิงทรัพยากรธรรมชาติจากป่าเพื่อการดำรงชีพสูง

ชุมชนที่ตั้งถิ่นฐานอยู่บริเวณที่มีระดับสูงกว่า 1,000 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ซึ่งมักจะตั้งถิ่นฐานพื้นที่เนินเขา สันเขา เชิงเขา และที่ราบริมลำห้วย ส่วนมากจะเป็นชุมชนลีซอ ม้ง อาข่า ลาหู่ และปะหล่อง เป็นชุมชนทำไร่ที่ปลูกข้าวแซมด้วยพืชผักที่ใช้บริโภคในชีวิตประจำวัน นอกจากนั้นยังพึ่งพิงทรัพยากรป่าไม้ในการดำรงชีพ

นอกจากนั้นยังมีชุมชนของชาวจีนฮ่อที่อพยพเข้ามาทางกิ่วผาวอก และตั้งถิ่นฐานอยู่บริเวณหมู่บ้านอรุโณทัย ตำบลเมืองนะ และชุมชนชาวคะฉิ่นที่พึ่งอพยพที่บ้านหนองเขียว ตำบลเมืองนะ เมื่อยี่สิบกว่าปีที่ผ่านมา

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : หนังสืออนุสรณ์ 100 ปีอำเภอเชียงดาว ปี พ.ศ.2452-2552

พญาเสือโคร่ง-01

Leave a reply


− two = 1

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>