วัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่น

Share

aui

วัฒนธรรมเป็นวิถีชีวิตและเบ้าหลอมของคนในสภาพแวดล้อมหนึ่งๆ ให้ดำรงอยู่อย่างสงบสุขสะท้อนออกมาให้เห็นในชีวิตประจำวัน ทั้งการกิน การละเล่น การแต่งกาย ภาษาพูด ภาษาเขียนที่แตกต่างกันออกไปตามจารีตของแต่ละกลุ่มชาติพันธุ์ ผ่านเรื่องราวบทบาทของชายหญิง ความสัมพันธ์ของคนในครอบครัว เครือญาติและชุมชน

วัฒนธรรมชุมชนของคนเชียงดาว เป็นสังคมการอยู่ร่วมกันของชุมชนคนเมืองและกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ รวมแล้วกว่า 12 ชาติพันธุ์ ซึ่งต่างมีฮีตฮอยหรือจารีตที่เป็นหลักในการดำรงชีวิต มีประเพณีที่เป็นเอกลักษณ์ของชุมชน และเสมือนเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ ให้เกิดการเชื่อมร้อยความสัมพันธ์ของคนในชุมชนให้เข้ามาร่วมกิจกรรม และให้เกิดการประพฤติปฏิบัติในสิ่งที่ดีงาม แม้ว่าจะนับถือศาสนาที่แตกต่างกันทั้งพุทธศาสนา พระคริสต์ หรือแม้กระทั่งความเชื่อและการนับถือผี รวมทั้งความเชื่อดั้งเดิมที่เกี่ยวข้องกับสิ่งเหนือธรรมชาติ และหากจะพูดถึงประเพณีของชุมชนในพื้นที่อำเภอเชียงดาว ไม่อาจจะนำมากล่าวได้ทั้งหมดเนื่องจากมีประเพณีที่หลากหลายตามแต่ละชาติพันธุ์ที่แตกต่างกันออกไป เชียงดาว เลิฟเว่อร์ จึงขอหยิบเอาวัฒนธรรมและประเพณีที่สำคัญมาเท่านั้น ได้แก่

ประเพณี

1. ประเพณีตานข้าวใหม่

ประเพณีตานข้าวใหม่และตานข้าวจี่ข้าวหลาม นิยมทำในเดือน 4 เหนือ ขึ้น 15 ค่ำ หรือเรียกวว่าเดือน 4 เป็ง เพราะเป็นช่วงที่มีการเก็บเกี่ยวข้าว และเอาข้าวที่เก็บเกี่ยวได้ใหม่มาทำบุญ ก่อนที่จะนำไปรับประทาน เป็นประเพณีที่ได้ทำสืบทอดกันมาตั้งแต่บรรพบุรุษ ประเพณีตานข้าวใหม่ คนเชียงดาวโดยเฉพาะชุมชนพื้นเมืองล้านนา จะนำข้าวเปลือก ข้าวสารใหม่ ข้าวหลาม ข้าวต้ม ขนมจ๊อก(ขนมเทียน) ห่อนึ่ง อาหารไปตานขันข้าว (เครื่องไทยทานอาหารคาว หวานถวายให้กับผู้ล่วงลับ) และนำข้าวใหม่ไปใส่บาตรทำบุญแด่พระสงฆ์สามเณรที่วัดพร้อมอุทิศส่วนกุศลให้บิดา มารดาและพี่น้องที่ล่วงลับไปแล้ว

นอกจากนี้ในส่วนของชุมชนกลุ่มชาติพันธุ์ ยังมีประเพณีเช่นเดียวกับชุมชนพื้นเมืองแต่เรียกต่างกัน ใช้ชื่อว่าประเพณีกิ๋นข้าวใหม่ กำหนดขึ้นในวันที่พระจันทร์เต็มดวง ซึ่งมีความเกี่ยวพันกับขั้นตอนพิธีกรรมในการเตรียมงาน ทั้งชุมชนลาหู่ที่มีการเฉลิมฉลองยาวนานถึง 7 วันรวมไปถึงพี่น้องลีซู ซึ่งจะมีการตำข้าวปุก หรือข้าวปุ๊ก (ข้าวเหนียวนึ่งมาตำโดยใช้ครกกระเดื่องจนเมล็ดข้าวแหลกรวมกนเป็นเนื้อแป้งคลุกกับงาคั่วและเกลือ ปั้น เป็นแผ่นกลมหนาประมาณ 1 นิ้ว สามารถเก็บไว้ได้นาน) บริเวณลานบ้านเพื่อใช้ในการประกอบพิธีกรรมในช่วงกลางคืน ซึ่งก็จะต้องอาศัยแสงจันทร์ช่วยให้แสงสว่าง โดยจะนำเอาข้าวที่เก็บเกี่ยวได้ของแต่ละบ้าน มารวมกันที่ลานหมู่บ้านหรือหากหมู่บ้านไหนที่นับถือคริสต์ จะนำไปรวมกันที่โบสถ์ร่วมอธิฐานหรือทำพิธีทางผีเป็นการขอบคุณที่ทำให้มีผลผลิต ส่วนคนจีนฮ่อหรือจีนพลัดถิ่น ใช้การเฉลิมฉลองในช่วงตรุษจีนเป็นการเริ่มต้นปีใหม่ ในการถวายอาหารแก่บรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้ว

2. ประเพณีรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่

ประเพณีรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่เป็นประเพณีที่คนในอำเภอเชียงดาวยังถือปฏิบัติ สืบเนื่องมาจากประเพณีงานสงกรานต์หรือวันขึ้นปีใหม่เมือง ที่แสดงออกถึงความเคารพนอบน้อมต่อผู้ใหญ่หรือผู้ที่เคารพนับถือตลอดจนผู้มีพระคุณ เพื่อแสดงความกตัญญู พร้อมกับการขอขมาและขอรับพรเพื่อเป็นสิริมงคลแก่ตัวเองเนื่องในวันขึ้นปีใหม่เมืองในเดือนเมษายน

สิ่งที่ต้องนำไปในการรดน้ำดำหัวก็คือ น้ำใส่ขันเงินใบใหญ่ ฝักส้มป่อย โปรยเกสรดอกไม้และ เจือน้ำอบ น้ำปรุงเล็กน้อย พร้อมด้วยพานข้าวตอกดอกไม้เป็นเครื่องสักการะอีกพานหนึ่ง

3. ประเพณีเดือนยี่เป็งหรือประเพณีลอยกระทง

ประเพณีเดือนยี่เป็งหรือประเพณีลอยกระทงซึ่งตรงกับวันเพ็ญเดือนสิบสองของทุกปีประชาชนเกือบทุกคน จะทำบุญตักบาตรฟังเทศน์ในตอนเช้า และเวลากลางคืนจะมีการลอยกระทงตามแม่น้ำหรือในสระน้ำใกล้บ้านของตน และบางครั้งชาวบ้านจะรวมกลุ่มกันจัดทำเป็นกระทงใหญ่ ประดับประดาอย่างสวยงาม แห่ประกวดกันแล้วนำไปลอยแม่น้ำ

4. ปอยหลวง

ประเพณีปอยหลวงมักจัดขึ้นในช่วงเวลาจากเดือน 5 จนถึงเดือน 7 เหนือ (ตรงกับเดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนเมษายน หรือเดือนพฤกษภาคมของทุกปี) ระยะเวลาประมาณ 3-7 วัน ประเพณีปอยหลวง หมายถึงงานฉลองที่ยิ่งใหญ่ ซึ่งจะเป็นการฉลองถาวรวัตถุของวัดหรือฉลองสิ่วก่อสร้างที่ประชาชนช่วยกันทำขึ้นเพื่อประโยชน์แก่สาธารณะ เพื่อให้เกิดอานิสงส?แก่ตนและครอบครัว ถือว่าได้บุญกุศลแรงมาก นอกจากนี้ยังเป็นเครื่องแสดงถึงความสามัคคีกลมเกลียวของคณะสงฆ์และชาวบ้าน สิ่งสำคัญที่ได้จากการทำบุญงานปอยหลวงอีกอย่างหนึ่งก็คือการแสดงความชื่นชมยินดีร่วมกัน       เพื่อความสนุกสนานเพลิดเพลินให้แก่คนในท้องถิ่นโดยการจัดมหรสพ

5. ประเพณีเปรตพลี (เป๋ตะหลี)

ประเพณีเปรตพลี (เป๋ต๊ะพลี) หรือประเพณี 12 เป็ง ซึ่งตรงกับวันเพ็ญเดือน 10 ของทุกปี ชาวเชียงดาวจะทำบุญถวายอุทิศส่วนกุศลให้แก่ญาติของตนที่เสียชีวิตไปแล้ว โดยจะทำบุญถวายเครื่องไทยทาน และฟังเทศน์ 1 กัณฑ์ “กัณฑ์เปรตพลี” ซึ่งมีจุดประสงค์ว่าในช่วงเดือนเพ็ญ 10 พระเจ้าจะเปิดโลกทั้งสามให้สัตว์โลกทั้งหลายได้ใช้ชีวิตของตนตามอัธยาศัย ฉะนั้นญาติพี่น้องของผู้ที่เสียชีวิตไปแล้วรำลึกถึงและทำบุญอุทิศส่วนกุศลไปให้

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : หนังสืออนุสรณ์ 100 ปีอำเภอเชียงดาว

ปี พ.ศ.2452-2552

 

 

Leave a reply


+ 3 = eight

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>